วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2558

sunitjo travel พาเที่ยว เมือง เกิ่นเทอ เวียดนาม Ken Tho Vietnam สนุกสะใจกับทัวร์แม่โขงเดลต้า Mekong Delta ทัวร์ราคาประหยัด สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป และจากทั่วโลก www.sunitjotravel.com


 sunitjo travel พาเที่ยว เมือง เกิ่นเทอ เวียดนาม Ken Tho Vietnam สนุกสะใจกับทัวร์แม่โขงเดลต้า Mekong Delta ทัวร์ราคาประหยัด สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป และจากทั่วโลก www.sunitjotravel.com
                                               
                                                     www.sunitjotravel.com

                                 https://www.youtube.com/channel/UCaVlNf0tI2jOl9LT4xIuhkQ


ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ถือเป็นดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ตรงบริเวณทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม โดยเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากที่ราบสูงทิเบตแล้วไหลมาทางทิศใต้ผ่าน 7 ประเทศ ไหลออกสู่ทะเลจีนใต้ที่บริเวณนี้ โดยบริเวณที่เกิดการสะสมตัวของตะกอนในลักษณะของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำนั้นพบว่าแม่น้ำโขงมีการแตกออกเป็นสาขาย่อย ๆ หลายสาขา

ปัจจุบันพบว่าดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงมีความกว้างของดินดอนสามเหลี่ยมใหญ่ที่สุดที่หนึ่งของโลกและกินพื้นที่ 39,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นสัดส่วนโดยมากของพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม พื้นที่ของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงส่วนที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำนั้นขึ้นกับแต่ละฤดู เพราะปริมาณน้ำไม่เท่ากัน จากการศึกษาพบว่าบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงนั้นมีการพัดพาของน้ำมาประมาณ 470 ลูกบากศ์กิโลเมตรต่อปี ซึ่งน้ำที่ไหลมาในบริเวณนี้ได้พัดพาตะกอนมาตกสะสมประมาณ 790,000-810,000 ตารางกิโลเมตรต่อปี

นอกจากนี้พบว่าเมื่อประมาณ 6,000 ปีที่ผ่านมา มีการพอกของตะกอนในบริเวณนี้ในลักษณะการพอกคืบเข้าไปในทะเลคิดเป็น 200 กิโลเมตร รอบชายแดนของประเทศกัมพูชาและชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม โดยในปัจจุบันพบว่าลักษณะปรากฏของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงนั้น มีรูปร่างคล้ายรูปสามเหลี่ยมที่กินเนื้อที่เป็นบริเวณกว้าง

ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงได้มีการศึกษาเรื่องการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตบริเวณนี้ โดยพบว่าบริเวณนี้เป็นแหล่งรวมสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่กว่า 10,000 สายพันธุ์ ซึ่งทำให้บริเวฯดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงนี้นอกจากจะมีความน่าสนใจในการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะทางธรณีวิทยาแล้วยังมีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในการศึกษาเกี่ยวกับระบบชีววิทยาของพื้นที่

จากการสะสมตัวของตะกอนพบว่าตะกอนที่สะสมตัวในหุบเขาซึ่งทับอยู่บนชั้นตะกอนที่มีอายุสมัยไพลสโตซีน นั้นเกิดการสะสมตัวในช่วงที่มีเกิดเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลอย่างรวดเร็วครั้งล่าสุด ซึ่งพบว่าแม่น้ำโขงในช่วงยุคน้ำแข็งครั้งล่าสุดหรือเมื่อประมาณ 18,000 ปีมาแล้วนั้น ตำแหน่งของทางน้ำอยู่ทางตะวันออกของบริเวณที่เป็นหุบเขาทำให้บริเวณหุบเขามีลักษณะเป็นปากแม่น้ำ ขณะที่น้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นจึงเกิดการสะสมตัวของตะกอนที่เป็นตะกอนปากแม่น้ำ เมื่อน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นปากแม่น้ำจึงย้ายเข้าไปในแผ่นดินมากขึ้นทำให้บริเวณนี้ได้รับอิทธิพลจากกระบวนการทางทะเลมากขึ้น จึงเกิดการสะสมตัวของที่ราบที่ได้รับผลจากน้ำขึ้น-น้ำลง หลังจากนั้นพบว่าเกิดการสะสมตัวของตะกอนดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเมื่อประมาณ 6,000 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูงสุดและกำลังเริ่มลดลงเรื่อยๆ ทำให้พบลักษณะการเพิ่มขึ้นของขนาดเม็ดตะกอนเมื่อใกล้พื้นผิวมากขึ้น โดยเราสามารถแบ่งดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงออกเป็น 2 บริเวณตามอิทธิพลหลักที่มีผลต่อการสะสมตัวของตะกอนในแต่ละบริเวณ คือ

ส่วนของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่อยู่ด้านใกล้แผ่นดิน พบว่าเป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากกระบวนการทางแม่น้ำและน้ำขึ้น-น้ำลงเป็นหลัก
ส่วนของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่อยู่ด้านใกล้ทะเล พบว่าเป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากกระบวนการทะเลคือคลื่นและน้ำขึ้น-น้ำลงเป็นหลัก

























 จากการศึกษาถึงลักษณะทางธรณีวิทยาของพื้นที่บริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงพบว่าบริเวณนี้มีการแบ่งหลักๆ ออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือพื้นที่ที่อยู่เหนือน้ำและพื้นที่ที่อยู่ใตน้ำ

ส่วนของพื้นที่ที่อยู่เหนือน้ำ พบว่าสามารถแบ่งย่อยโดยอาศัยความสูงต่ำของพื้นที่เป็นตัวแบ่งได้อีกเป็น 2 ส่วนคือส่วนของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำส่วนบนหรือส่วนนอกซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากแม่น้ำเป็นหลัก และส่วนของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำส่วนล่างหรือส่วนนอกซึ่งเป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากการกระทำของทะเลเป็นหลัก พื้นที่ที่อยู่เหนือน้ำของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงนี้พบว่าเกิดจากการสะสมตัวของตะกอนในช่วง 6,000-7,000 ปีที่ผ่านมาหรือหลังจากช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูงสุดในสมัยโฮโลซีนตอนกลาง นอกจากนี้พื้นที่ส่วนนี้ยังรวมส่วนที่เป็นชายหาดซึ่งพบว่าได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้น-น้ำลงเป็นหลัก โดยบริเวณนี้น้ำขึ้นสูงสุดประมาณ 3.2-3.8 เมตร
ส่วนของพื้นที่ที่อยู่ใต้น้ำ พบว่าสามารถแบ่งย่อยโดยอาศัยความสูงต่ำของพื้นที่เป็นตัวแบ่งได้อีกเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่เป็นที่ราบที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้น-น้ำลงซึ่งพบว่าส่วนนี้มีความหนาของตะกอนประมาณ 6 เมตร และกว้างประมาณ 5-20 กิโลเมตร และส่วนที่เป็นดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงทื่ยื่นออกไปสู่ทะเล
หน้าดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงถือเป็นดินดอนสามเหลี่ยมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ตรงบริเวณทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม โดยเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากที่ราบสูงธิเบตแล้วไหลมาทางทิศใต้ผ่าน 7 ประเทศ ไหลออกสู่ทะเลจีนใต้ที่บริเวณนี้ โดยบริเวณที่เกิดการสะสมตัวของตะกอนในลักษณะของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำนั้นพบว่าแม่น้ำโขงมีการแตกออกเป็นสาขาย่อยๆ หลายสาขา

ปัจจุบันพบว่าดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงมีความกว้างของดินดอนสามเหลี่ยมใหญ่ที่สุดที่หนึ่งของโลกและกินพื้นที่ 39,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นสัดส่วนโดยมากของพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม พื้นที่ของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงส่วนที่ถูกปกคลุมด้วยน้ำนั้นขึ้นกับแต่ละฤดู เพราะปริมาณน้ำไม่เท่ากัน จากการศึกษาพบว่าบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงนั้นมีการพัดพาของน้ำมาประมาณ 470 ลูกบากศ์กิโลเมตรต่อปี ซึ่งน้ำที่ไหลมาในบริเวณนี้ได้พัดพาตะกอนมาตกสะสมประมาณ 790,000-810,000 ตารางกิโลเมตรต่อปี

นอกจากนี้พบว่าเมื่อประมาณ 6000 ปีที่ผ่านมา มีการพอกของตะกอนในบริเวณนี้ในลักษณะการพอกคืบเข้าไปในทะเลคิดเป็น 200 กิโลเมตร รอบชายแดนของประเทศเขมรและชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม โดยในปัจจุบันพบว่าลักษณะปรากฏของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงนั้น มีรูปร่างคล้ายรูปสามเหลี่ยมที่กินเนื้อที่เป็นบริเวณกว้าง

ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงได้มีการศึกษาเรื่องการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตบริเวณนี้ โดยพบว่าบริเวณนี้เป็นแหล่งรวมสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่กว่า 10,000 สายพันธุ์ ซึ่งทำให้บริเวฯดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงนี้นอกจากจะมีความน่าสนใจในการศึกษาเกี่ยวกับลักษณะทางธรณีวิทยาแล้วยังมีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในการศึกษาเกี่ยวกับระบบชีววิทยาของพื้นที่






























































ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงมีพื้นที่อยู่ทางทิศตะวันตกของโฮจิมินห์ซิตี โดยมีการสะสมตัวของตะกอนเกิดเป็นรูปร่างคล้ายรูปสามเหลี่ยมซึ่งกินพื่นที่เป็นบริเวณกว้าง กล่าวคือพื้นที่บางส่วนของจังหวัดเตี่ยนยางทางทิศตะวันออกถึงจังหวัดอันยางและจังหวัดเกียนยางทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ โดยถ้ามองสัดส่วนที่กว้างขึ้นเราจะพบว่าดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงนั้นตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำโขง ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเวียดนาม

นอกจากนี้ในบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงยังพบว่าเป็นบริเวณที่มีภูมิประเทศที่หลากหลายมาก โดยบริเวณนี้พบทั้งภูเขาและพื้นที่สูงทางทิศเหนือและทิศตะวันตก และพบลักษณะของที่ราบน้ำท่วมถึงบริเวณทิศใต้ นอกจากนี้ยังพบว่าลักษณะภูมิประเทศบริเวณนี้เป็นบริเวณที่มีผลของการเกิดการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากการเคลื่อนที่ชนกันของแผ่นอินเดียและแผ่นยูเรเซียเมื่อประมาณ 50 ล้านปีมาแล้ว

ลักษณะของตะกอนทรายที่พบบริเวณตอนล่างของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงมีการพัดพามาโดยแม่น้ำโขงเป็นหลัก ซึ่งการสะสมตัวของตะกอนในบริเวณนี้เริ่มเกิดขึ้นมามากกว่าล้านปีแล้ว

สภาพภูมิอากาศ
เนื่องมาจากบริเวณนี้เป็นบริเวณชายฝั่งทะเลที่มีความชันไม่มาก จึงทำให้ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงมีการท่วมของน้ำอันเนื่องมาจากการเพิ่มสูงขึ้นของระดับน้ำทะเลจากผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน โดยจากการศึกษาของสถาบันวิจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของมหาวิทยาลัยเกิ่นเทอของประเทศเวียดนามพบว่าจากการศึกษาสามารถคาดคะเนได้ว่าหลายจังหวัดในประเทศเวียดนามจะจมอยู่ใต้น้ำในปี 2030 โดยพื้นที่เสี่ยงที่สุดคือจังหวัดเบ๊นแตรและจังหวัดลองอัน ซึ่งจากการศึกษาพบว่าถ้ามีการเพิ่มสูงขึ้นของระดับน้ำทะเลประมาณ 1 เมตร ทั้งสองจังหวัดนี้มีความเสี่ยงต่อการท่วมของน้ำสูงถึง 51% และ 49% ตามลำดับ
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี